เปิดสเป็ค ส.ส.ร. 'ฉบับนปช.' กับ 'ฉบับรับฟังความเห็น ปชช.'

กรุงเทพธุรกิจ 27 มีนาคม 2555 >>>




เปรียบเทียบที่มาและคุณสมบัติของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ฉบับร่างรัฐธรรมนูญของ 'นปช.' และฉบับรับฟังความเห็น ปชช. 7 เวทีทั่วประเทศ

การประชุมกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย เป็นประธานกรรมาธิการฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เปิดให้มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรมนูญ เกี่ยวกับที่มาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยร่างแรก เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เสนอโดยนางธิดา ฐาวรเศรษฐ ประธาน นปช.
สำหรับสาระสำคัญในประเด็นที่มาของ ส.ส.ร. 100 คน โดยทั้งหมดต้องมาจาการเลือกตั้งโดยตรง คุณสมบัติ ส.ส.ร. ต้องเปิดโอกาสให้กว้างและไม่จำกัดวุฒิการศึกษาให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากที่สุด ที่มาของจำนวน ส.ส.ร. ให้คำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศ ตามหลักฐานทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวน ส.ส.ร. 100 คน โดยใช้วิธีคำนวณจำนวนประชากร 6.5 แสนคน ต่อ ส.ส.ร. 1 คน ซึ่งขั้นต่ำจะมี ส.ส.ร. จังหวัดละ 1คน
โดยคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ร. จะต้องมีสัญญาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี บริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเกิดในจังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้ง ส่วนบุคคลซึ่งมี่ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ร. คือบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต้องไม่เป็น ส.ส. ส.ว. หรือราชการการเมือง ต้องไม่เป็นราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ และต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ขณะที่ข้อเสนอของอาจารย์ โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำข้อเสนอเกี่ยวกับจำนวนและที่มาของ ส.ส.ร. และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ได้สรุปผลการประชุมถกแถลงเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงรตัฐธรรมนูญจาก 7 เวที ทั่วประเทศ ได้ข้อสรุปว่า ส.ส.ร. ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด คือ ไม่มี ส.ส.ร. ในส่วนของการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ดีมีเวทีถกแถลงเวทีหนึ่งที่เห็นว่า ควรมี ส.ส.ร. ประเภทผู้เชี่ยวชาญ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงไม่ใช่จากการคัดเลือกโดยรัฐสภา และใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจำนวน ส.ส.ร. ของจังหวัดคำนวณจากจำนวนประชากรประมาณ 3.2 แสนคน
โดยผ่านการเลือกตั้งคะแนนเสียงเดียว คือ มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว คุณสมบัติของ ส.ส.ร. ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่น้อยกว่า 25 ปีและไม่จำกัดวุฒิการศึกาาของ ส.ส.ร. นอกจากนั้น ได้มีการเสนอให้มีการหาเสียงแสดงวิสัยทัศน์หรือแนวนโยบายการร่างรัฐธรรมนูญได้และให้กกต.จัดเวทีการแนะนำตัวและการหาเสียงให้ด้วย ส่วนกำหนดระยะเวลายกร่าง สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 365 วัน หรือ 1 ปี
ส่วนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีการแต่งตั้งโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน30คนจาก ส.ส.ร. จำนวน 15 คนจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกสาขานิติศาสตร์ 5 คน จากผู้เชี่ยวชาญภายอนกสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาาสตร์ 5 คน จากบุคคลภายนอกผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือร่างรัฐธรรมานูญ 5 คน โดยที่ในการแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 30 คนนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องแต่งตั้งบุคคลจากภูมิภาคต่างๆอย่างเป็นธรรม และจะต้องมีจำนวนสตรีไม่น้อยกว่า 10 คน
สำหรับการประชุมกรรมมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (28 มี.ค.) มีวาระการประชุมพิจารณา ที่มาและคุณสมบัติของ ส.ส.ร. โดยนายสามารถ เปิดเผยว่า เตรียมหารือในเรื่ององค์ประกอบและคุณสมบัติของสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ให้แล้วเสร็จ ขณะนี้มีความเห็นจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายที่ยึดตามร่างของรัฐบาล ฝ่ายที่ยึดตามร่าง นปช. และฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการให้เลือกตั้ง ส.ส.ร. ทั้งภาคประชาชนและภาควิชาการรวม 150 คน ถ้าหากจำเป็นก็จะให้มีการลงมติในสัปดาห์นี้