เปิดประเด็นปรองดองพระปกเกล้าที่ กมธ. เสียงข้างน้อยไม่รับ

กรุงเทพธุรกิจ 24 มีนาคม 2555 >>>


เปิดรายละเอียดข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อเสนอปรองดองของพระปกเกล้าที่เสนอต่อกรรมาธิการปรองดอง แต่ กมธ. เสียงข้างน้อยไม่รับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรายงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น
ในบทที่ 6 ข้อ 2 ว่าด้วยข้อเสนอกระบวนการสร้างความปรองดองในชาติ ที่เสนอให้มีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดทุกประเภท ทั้งคดีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และคดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เช่นการทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน ในรายงานฉบับดังกล่าว ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผู้รับผลกระทบโดยตรง อาจยังไม่พอใจและต้องการให้มีการลงโทษผู้กระทำผิด รวมทั้งการขอโทษจากคู่กรณี เพราะการนิรโทษกรรมจะเป็นการ "ลบ" ทางที่ผู้ได้รับผลกระทบจะเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ในด้านหนึ่งการนิรโทษกรรมเช่นนี้เป็นการปลดข้อจำกัดที่สังคมจะเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่ต้องพะวงกับความผิดของผู้เกี่ยวข้อง แต่ในด้านหนึ่งก็เป็นการ"ทิ้ง"ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือผู้ถูกกระทำในบางกรณี เพราะเขาเหล่านั้นจะไม่อาจเรียกร้องการเอาโทษต่อผู้กระทำความผิดได้อีกแล้ว
อีกทั้ง การนิรโทษกรรมโดยเนื้อแท้ คือการ "ไม่ต้องรับผิด ในสิ่งที่ผิด" หากเลือกใช้กระบวนการนี้ จะไม่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากความผิดพลาด และอาจก่อให้เกิดความ "เคยชิน" ต่อการไม่ต้องรับโทษ ดังนั้นหากไม่มีการบันทึกประวัติศาสตร์และทำความจริงให้ปรากฏ ก็อาจเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นได้อีกเรื่อยๆในหลายประเทศ จึงต้องมีกระบวนการค้นหาความจริงควบคู่ไปด้วยเช่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร รวันดา
ส่วนกรณีการให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส. ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการและที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ในรายงานฉบับดังกล่าวตั้งข้อสังเกตว่า
1. ข้อกล่าวหาการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ไม่ได้รับการพิสูจน์โดยกระบวนการยุติธรรม
2. ความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของบางฝ่ายยังดำรงอยู่
3. การสร้างความปรองดองเป็นไปได้ยาก เพราะบางกลุ่มเห็นว่า ผู้กระทำผิดยังลอยนวล ไม่มีการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดหรือไม่