มติชน 28 มีนาคม 2555 >>>
นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องให้กรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ในการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขายให้กับกองทุนเทมาเส็ก ผ่านนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ที่เดิมกรมสรรพากรเคยประเมินเรียกเก็บภาษีจากบุคคลทั้งสองจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ต่อมาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลภาษีได้วินิจฉัยว่า หุ้นที่ขายไปเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีกระทรวงการคลังกลับวินิจฉัยว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ ไม่สามารถเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ถือเป็นการตีความที่บิดเบือนและเข้าข้างบุคคลทั้งสอง เพราะศาลทั้งสองไม่เคยระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงยืนยันว่า ต้องเรียกเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน
นายสรรเสริญกล่าวว่า คดีนี้ล่วงเลยมาจนใกล้หมดอายุความ 5 ปี ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งกรมสรรพากรก็ยังไม่มีการเรียกเก็บภาษีแต่อย่างไร ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ จะให้เวลากรมสรรพากรทำงานจนถึงวันที่ 31 มีนาคม หากยังไม่มีการดำเนินการจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้เอาผิดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมสรรพากร ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่
นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เคยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ให้ตรวจสอบกรณี การปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทชินคอร์ปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะทีมกฎหมายของพรรคเชื่อว่าผู้ถือหุ้นที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าข่ายปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งคดีนี้ถือว่าเป็นความผิดคดีอาญา อาจทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯด้วย ดังนั้น ทีมกฎหมายจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป หาก ก.ล.ต. ไม่ดำเนินการ ก็จะยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ก.ล.ต. ฐานละเว้นเช่นกัน
