จวก 'ปชป.' แค่ปลาซิวค้านปรองดองนิยมปฏิวัติ

คมชัดลึก 28 มีนาคม 2555 >>>




"เหลิม" จวก "ปชป." แค่ปลาซิว ค้านปรองดองนิยมปฏิวัติ ชี้ คำสั่ง 66/23 "บิ๊กจิ๋ว" ย้อนอดีต สำเร็จยาก ยืนกราน ต้องออกเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง เท่านั้น

วันที่ 28 มีค 55  อเวลา 10.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ารุมล้อม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เพื่อคัดค้านรายงานแนวทางของคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอเข้าพิจารณาในสภาฯทำให้เกิดความแตกแยกว่า  ถ้าไปให้สัมภาษณ์ข้ามฟากเดี๋ยวทะเลาะกัน แต่ประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง พล.อ.สนธิ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติเองยังเห็นว่าระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมานั้นเป็นการปฏิวัติไม่ถูกต้อง และการตั้งคตส.ไม่น่าจะชอบธรรม เพราะเอาคนที่เป็นปฏิปักษ์และปรปักษ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นกรรมการสอบ จึงคิดหาทางเยียวยาเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง เพราะการปฏิวัติก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป้นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ไม่เข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำไมถึงอนุรักษ์อำนาจของคณะปฏิวัติจนไม่ยอมให้มีการปรองดอง พรรคประชาธิปัตย์อ้างคำพิพากษาของศาลแต่ไม่ยอมฟัง พล.อ.สนธิ แสดงความคิดเห็นเพราะเห็นว่ากระบวนการที่ผ่านมามั่นไม่ชอบจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเยียวยา หากไม่มีการปฏิวัติจะมี คตส. หรือไม่ และถ้าไม่มีคตส.จะมีคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่  มันเป็นอำนาจนอกระบบการปฏิวัติ แต่เมื่อมีการอนุรักษ์ ไว้รอบหน้าตนก็หาเสียงง่ายจะเอาเทปไปเปิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ชอบปฏิวัติ เพราะหัวหน้าปฏิวัติแท้ๆยังบอกว่าไม่ยอม ตรงนี้เป็นเครื่องชี้วัดชัดเจนว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์
   "ที่ไปล้อม พล.อ.สนธิ น่าเกลียด เขาเป็นนักรบ ไอ้พวกปลาซิวปลาสร้อย แสดงอิทธิฤทธิ์ไม่เข้าท่า พล.อ.สนธิ เขากลัวหรือ พวกนกกระจิบนกกระจอก แมวบางครั้งมันอ้วน ลายใหญ่ก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นเสือ พล.อ.สนธิ เขาเป็นพลร่มรบมาตั้งแต่เด็ก พวกไปล้อมเคยทำอะไรบ้าง ผมนั่งดูอยู่ผมสมเพชจริงๆ คนปฏิวัติแท้ๆยังบอกว่าไม่ถูก ก็กลับไปสู่ที่เก่า แต่คนที่อ้างนั่นเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ อ้างเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย กลับชอบถือว่าประหลาด" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า ในเมื่อบรรยากาศเป็นเช่นนี้จะนำไปสู่ พ.ร.บ.ปรองดอง ได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว ตนบอกตั้งแต่ต้นว่าต้องออกเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง จึงจะเป็นรูปธรรม วิธีอื่นไม่สำเร็จ การจะปรองดองโดยใช้ความเห็นของ กมธ. อย่างเดียวไม่ได้ เพราะเป็นนามธรรม อะไรที่เป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เข้าก็รับ อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่เอา
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกจดหมายเปิดผนึก อ้างถึงคำสั่ง 66/23 มาเป็นแนวทางเพื่อให้เกิดความปรองดอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เหตุผล 9-10 ข้อที่ พล.อ.ชวลิต แสดงความเห็นถือว่าดี เป็นความคิดแบบผู้ใหญ่และผู้นำทหารในอดีตและคนที่เคยเป็นนายกฯ เพื่อตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกต้อง แต่นอกจากคำสั่งดังกล่าวแล้ว ยังจะใช้นโยบายอื่นด้วย ตนเห็นว่าคำสั่ง 66/23 นำมาใช้ก่อนการปฏิวัติหรือหลังปฏิวัติไม่เหมือนกัน เพราะคำสั่ง 66/23 นั้น ใช้กับกรณีที่ยังไม่มีการตัดสินคดีความ แต่ขณะนี้มีการตัดสินคดีไปแล้ว ถ้านำคำสั่ง 66/23 มาใช้ น่าจะไม่แล้วเสร็จตามกฎหมาย ดังนั้นถ้าจะเลิกคำวินิจฉัยของคตส. เลิกไม่ได้ เพราะเขาวินิจฉัยไปแล้ว และที่บอกว่าจะโอนคดีของ คตส. ไปให้ ป.ป.ช. ก็เลยขั้นตอนมาแล้ว เพราะตอนนี้คดีอยู่ชั้นศาลแล้ว ดังนั้นต้องออกเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง เพียงอย่างเดียว
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นคดีทุจริตหรือคดีอื่นที่ยังไม่ได้ตัดสิน จะต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องออกเป็น พ.ร.บ. จึงจะจบ ที่ตนทำไว้แล้วถือว่าสมบูรณ์ที่สุด พวกที่เขาทำรายงานตั้งใจดีอยากให้ปรองดอง แต่คิดไม่เป็นระบบ เพราะความปรองดองพูดแต่ปากไม่ได้ ถ้าเป็น พ.ร.บ. พรรคประชาธิปัตย์ก็คัดค้านไม่ได้ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ เมื่อลงมติแพ้ต้องเคารพ จะมาเอาตามใจชอบได้