'ณัฐวุฒิ' ยันไม่อยากให้ ปชป. ทำลายปรองดอง

กรุงเทพธุรกิจ 27 มีนาคม 2555 >>>




"ณัฐวุฒิ" ระบุ กมธ.ปรองดอง ปชป. ลาออก เหตุขัดแย้งทางการเมืองประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์สูงสุด ถามทำไมวันนี้ไม่คิดถึงประชาชน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางไปพำนักยังประเทศลาวและกัมพูชาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ตนจะไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ เพราะต้องดูว่าติดภาระกิจหรือไม่ แต่ทราบว่าจะมีประชาชนตื่นตัวที่จะไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำนวนมากและได้ยินว่าจะไปเยี่ยมและเล่นน้ำสงกรานต์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเรื่องนี้หากมอง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นปุถุชนธรรมดาจะไม่มีประเด็นอะไรซับซ้อนเลย หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พลัดที่นา คาที่อยู่มานานจึงห่วงใยคิดถึงบ้านอยากสัมผัสบรรยากาศที่ตัวเองคุ้นเคยและมีความสุขก็ถือโอกาสเข้ามาเยี่ยมเยียนกันใกล้ๆให้คนจากเมืองไทยที่รักและคิดถึงได้เข้าไปพบ จะมีก็แต่ฝ่ายที่พยายามวาดภาพให้นายกฯทักษิณเป็นยักษ์เป็นมารไป ก็จะตีความว่าทุกย่างก้าวมีนัยยะทางการเมือง
เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการปรองดอง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ประตูปรองดองยังไม่ปิดสนิทเสียทีเดียวสำหรับประเทศไทย แต่วันนี้น่าเสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจหันหลังให้กับการปรองดอง เรื่องนี้ตัดสินใจภายใต้ประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเองไม่ได้ ต้องตัดสินใจโดนคำนึงประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง การลาออกของกรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่าน่าเสียใจ
   "ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เตะถ่วง แต่เป็นการเตะทิ้ง คือจะไม่เอาด้วยเลย ไม่คุยด้วยเลย ผมไม่อยากให่ประชาธิปัตย์ทำลายความหวังคนไทยแบบที่เป็นอยู่นี้ ผมไม่อยากให้คุณอภิสิทธิ์ นึกถึงแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้เป็นนายกฯ อยากให้ประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธ์ยอมรับความจริงว่า ท่ามกลางความขัดแย้งที่ผ่านมาประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ถ้าไม่มีความขัดแย้งประชาธิปัตย์จะไม่ได้เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เมื่อท่านได้มากพอแล้ว ทำไมวันนี้ถึงปิดประตูในการให้โอกาสประชาชน เป็นเพราะสันติภาพที่จะเกิดกับสังคมได้ทำลายโอกาสทางการเมืองของท่านใช่หรือไม่ถ้านายอภิสิทธิ์หันหน้าให้ความร่วมมือกับการปรองดอง นายอภิสิทธิ์จะเป็นที่จดจำว่าเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพให้ประเทศ ดีเสียกว่าจะเป็นที่ถูกจดจำว่าเป็นนายกฯที่ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร” นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีโอกาสจะกลับประเทศไทยในปีนี้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ปีไหนเมื่อไหร่ ตนก็เชื่อว่าวันหนึ่งจะได้กลับมา แต่ตนหวังในใจว่าสิ่งที่น่าจะกลับมาก่อนคือสันติภาพ ความปรองดองการยอมรับในความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันได้ทุกฝ่าย ในประเทศคิดต่างกันได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องปรองดองอยากให้คิดตรงกัน เพราะว่าไม่มีเวลาอีกแล้วที่จะปล่อยให้ประเทศอยู่ในสภาพเช่นนี้ สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือความขัดแย้งแตกแยกและอาจเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ อย่าปล่อยให้เป็นอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีวิธีการอื่นนากจากการนิรโทษและล้มคดี คตส. หรือไม่ถึงจะปรองดองได้ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าเราตั้งใจจะปรองดอง ต้องไม่สร้างเงื่อนไขตั้งแต่ต้นทาง หากจะปรองดองและพูดเงื่อนไชอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไม่สามารถปรองดองได้ แต่ถ้าหลายฝ่ายร่วมมือหาข้อสรุปตกลงกันได้ก็เดินไปแบบนั้น น่าจะเป็นช่องทางที่เดินไปได้มากว่า เพราะปัญหานั้นละเอียดอ่อนหากตั้งเงื่อนไขไว้ก่อนจะไม่มีช่องทางให้เดินไปข้างหน้าได้เลย ตนไม่อยากให้ฝ่ายไหนลืมอดีต เพราะการลืมอดีตจะขาดพื้นฐานในการก้าวไปข่างหน้า อยากให้ทุกฝ่ายจำอดีตให้แม่นยำ และเรียนรู้เพื่อไม่ให้ผิดพลาดเหมือนที่แล้วมา เราลืมไม่ได้ว่าความขัดแย้งสร้างความเสียหายไว้กับสังคมไทยอย่างไร