ชำแหละข่าว 'คมช.2' ล้มรัฐบาล

ข่าวสด 29 มีนาคม 2555 >>>




กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์วงกว้าง กรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดประเด็นตั้งคมช.2 วางแผนปฏิวัติล้มรัฐบาลอีกครั้ง
ระบุว่าแม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนรัฐบาล แต่ 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ
1. คนหรือ คมช.
2. องค์กรอิสระ และ
3. รัฐธรรมนูญปี 2550 ยังอยู่ครบ
โดยเฉพาะอดีต คมช. ที่ยังเคลื่อนไหวไม่หยุด
ผู้เกี่ยวข้องทั้งที่เคยร่วมคณะ คมช. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข่าวดังกล่าวดังนี้

ไชยันต์ ไชยพร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

น่าจะเป็นการเต้าข่าวโดยคนพรรคเพื่อไทย ตอนนี้ไม่มีปัจจัยอะไรที่จะมองได้ว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะ ผบ.ทบ. ก็ไม่มีทีท่า ทุกอย่างก็ราบรื่นดี
จะมีก็แต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่พูดและตอบคำถามให้สับสน ส่งสัญญาณสับสนไปหมด อีกอย่างคนที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารในอดีตไม่เคยมีใครมีพฤติกรรมเช่นนี้
พล.อ.สุจินดา คราประยูร หัวหน้า รสช. ปี 2534 ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ใครจะว่าดีไม่ดี ไม่รู้ แต่เขาเชื่อมั่นในสถานะ ฉะนั้นความน่าเชื่อถือของ พล.อ.สนธิ จึงหายไป
เรื่องที่ พล.อ.พัลลภ พูดแม้จะน่าสนใจ แต่พูดแล้วไม่เป็นจริงก็หลายครั้ง หากเป็นเรื่องจริงก็แสดงว่าทราบข้อมูลของวงในจริงๆ
แต่ในฐานะที่ผมเป็นแค่นักทฤษฎี ไม่ใช่นักปฏิบัติอย่างทหาร มองว่าไม่มีทางเป็นไปได้ หากทำอีกไม่เห็นจะมีฝ่ายไหนได้อะไรเลย มีแต่ความเสียหายกับทุกฝ่าย
เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่ให้ พล.อ.สนธิ เปิดเผยว่า มีใครร่วมปฏิวัติครั้งนั้นด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เสื้อแดงเสื้อเหลืองอยากรู้ ความจริงเท่านั้นจะนำไปสู่หนทางปรองดองได้

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม
ส.ว.สรรหา อดีต หน.สำนักงานเลขาธิการ คมช.

ทุกครั้งที่รัฐบาลต้องการปิดบังอำพรางอะไรสักอย่างมักปูดข่าวเรื่องปฏิวัติ กรณีบอกว่าคณะ คมช. ไปนัดเจอนัดพบกินข้าวกันนั้น ก็แน่นอนเพราะ คมช. ยังอยู่ครบ ไม่มีใครตายแม้แต่คนเดียว
เรื่องนัดไปกินข้าวกันที่ไหน คุยเรื่องอะไรกันนั้น ไม่รู้ไม่ทราบ แต่ผมบอกได้เลยว่าทุกครั้งที่รัฐบาลไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้แผนการร้ายตัวเอง จะออกข่าวปฏิวัติเพื่อกลบเกลื่อนเสมอ
อย่างเรื่องปรองดอง ทำไมต้องรีบร้อนเอาเรื่องกรรมาธิการปรองดองเข้าสู่สภา เร่งรีบเพื่ออะไร เอาเข้าไปทำอะไรเพื่ออนาคตอีกหรือไม่
หมกเม็ดทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ขออภัยโทษ ปรองดอง ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันเกี่ยวข้องอะไรกับปากท้องประชาชน
เรื่องเงื่อนไของค์ประกอบ 3 ข้อที่อ้างนั้น ตอนนี้มันมีอะไรหรือยัง ยังไม่มีเลย แล้วจะโยนออกมาทำไม มันเข้าสถานการณ์นั้นหรือยัง
โยนมาเพื่อเบี่ยงเบนมาสู่การปฏิวัติ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็เดินหน้าเรื่องปรองดอง เอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ผมมองแค่ประเด็นนี้เท่านั้น คำพูดของ พล.อ.พัลลภ น่าเชื่อถือหรือไม่ ต้องไปถามว่าพูดอย่างนั้นเพราะอะไร
รัฐบาลทำอย่างนี้ยังไม่ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ดันมาบอกให้คนอื่นก้าวข้าม ต้องมองตัวเองด้วย เป็นพนักงาน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกคน ทำเพื่อนายทุนเจ้าของบริษัทเพื่อไทย ขณะที่ประชาชนกำลังประสบภาวะค่าครองชีพที่สูง
พล.อ.พัลลภ พูดว่าเคยเข้าประชุมกับอดีต คมช. ทุกครั้ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจไปประชุมก่อนผมมา หรือประชุมโดยไม่มีผมก็ไม่ทราบ แต่ตั้งแต่ผมอยู่ใน คมช. มานี้ ไม่เคยเห็นท่าน ไปตอนไหนไม่ทราบ

พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ตท.10

ขณะนี้ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะนำไปสู่การปฏิวัติ เชื่อว่าไม่เกิดแน่นอน รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ราคาสินค้าเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่เงื่อนไข เพราะดำเนินการตามขั้นตอน ที่สำคัญยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้มาตราใดบ้าง เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยิ่งไม่ใช่ เพราะพูดว่าจะกลับเมื่อสถานการณ์เรียบร้อย เข้ามาอย่างสง่างาม ไม่ใช่แอบหรือหลบซ่อน
กลุ่ม ตท.10 ติดตามเรื่องและวิเคราะห์กันอยู่ตลอด เห็นตรงกันว่ายังไม่มีมูลเหตุอะไรที่จะเป็นเงื่อนไขให้เกิด คมช.2 แต่จะให้คอนเฟิร์มว่าไม่เกิดขึ้นเลยคงไม่ได้ แต่เชื่อว่าขณะนี้ยังไม่มี
ขนาดหัวหน้าคณะปฏิวัติอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยังตอบคำถามผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 ไม่ได้เลย ดังนั้นผู้คิดจะทำปฏิวัติครั้งต่อไปจะตอบได้หรือ
เงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปฏิวัติได้ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อสังคมเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง จนประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาลเท่านั้น
แต่ขณะนี้ทุกคนรู้แล้วว่าการปฏิวัติเกิดผลเสียต่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง ประเทศถึงทางตันแล้วหรือถึงขั้นต้องปฏิวัติกันอีก

พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง
รักษาราชการเลขาธิการนายกฯ และ ตท.10

เป็นความเห็นส่วนตัวของ พล.อ. พัลลภ แต่ยังไม่ได้คุยกัน วันนี้การเมืองและการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมาย ประชา ชนส่วนใหญ่ กลุ่มทหาร ข้าราชการต่างๆ เห็นตรงกันว่าไม่มีปัจจัยหรือเงื่อนไขก่อการปฏิวัติรัฐประหาร
ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อส่วนรวม เร่งดำเนินการแบบทันท่วงที การทำงานกับกองทัพก็เป็นไปตามปกติ บุคลากรทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจการทำหน้าที่ ทำงานเชื่อมประสานกันเป็นอย่างดี
จึงเชื่อมั่นและมั่นใจว่าทหารไม่ก่อการปฏิวัติแน่นอน ขณะนี้ก็ไม่มีเงื่อนไขหรือปัจจัยอะไรที่จะนำไปสู่ลักษณะดังกล่าว
ปัจจัยความปรองดองหรือประเด็นนิรโทษกรรม เป็นเรื่องทางการเมือง เห็นด้วยหรือไม่ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ ไม่เช่นนั้นประเทศก็เดินหน้าไม่ได้
การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ชนวนสู่ความขัดแย้ง ทุกคนทราบดีว่าทำตามเสียงส่วนใหญ่ รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นฉบับที่แย่ที่สุดเท่าที่มีมาในประเทศไทย การแก้ไขก็เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
แม้มีการเคลื่อนไหวต่อต้าน แต่แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก ยกเว้นในเชิงการเมือง
คลื่นใต้น้ำหรือแรงสั่นสะเทือนใต้ดินย่อมมีอยู่แล้ว แต่ถ้ามองตามหลักวิทยาศาสตร์ คลื่นเหล่านี้ก็ต้องมีเครื่องวัดแรงสั่นอยู่แล้วว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด ถ้าเราเฝ้าหรือจับตาดูจะรู้และเข้าใจเหตุที่เกิด
รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้เกิดการสั่นสะเทือนด้วยตัวเอง แต่มีคนพยายามสร้างแรงสั่น ถ้ารัฐบาลเข้าใจและรู้เท่าทัน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อส่วนรวมและอยู่นิ่งๆ ก็ไม่มีปัญหา
วันนี้รัฐบาลไม่ได้โยก หรือสั่นตามใคร ทำงานทุกอย่างชัดเจนถูกต้อง ผมไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ มักถูกโยงตลอด ทั้งที่วันนี้สถานะและกาลเวลาไม่ใช่แล้ว แต่ถือเป็นเรื่องธรรมดา ชื่อนี้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ยังอยู่ในสังคม ที่สำคัญคือกลุ่มคนเดิมๆ
ผมจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่โต ตราบใดที่รัฐบาลยังทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่แก้ปัญหาเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะยอมรับ
ในส่วนของกลุ่ม ตท.10 ก็พูดคุยและวิเคราะห์ถึงเรื่องดังกล่าว เห็นตรงกันว่าจะไม่มี คมช.2 เกิดขึ้น เพราะมองไม่เห็นถึงเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปฏิวัติ
กลุ่มเองก็ไม่มีใครคิดหรือวางแผนเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา เรารู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ หากเราเคลื่อนไหวอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม เกิดผลกระทบตามมาแน่นอน