ครอบครัวเหยื่อปืนเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ 99 ศพ ยื่นศาลอาญาขอเป็นโจทก์ร่วม




เมียพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ กับสมร ไหมทอง คนขับรถตู้เหยื่อปืนเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ 99 ศพปี 2553 ยื่นศาลอาญาขอเป็นโจทก์ร่วมคดีที่อภิสิทธิ์อดีตนายกฯ สุเทพอดีต ผอ.ศอฉ. เป็นจำเลยร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษที่ก่อขึ้น เทือกเลื่อนนัดอัยการครั้งที่ 4 ไม่ยอมมาพบเพื่อส่งฟ้องต่อศาล อ้างติดการชุมนุมต้องดูแลม็อบ อธิบดีอัยการให้ดีเอสไอในฐานะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก หรือขอศาลออกหมายจับเพื่อนำตัวส่งศาลให้ได้

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ก.พ.ที่ศาลอาญา นายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการยิงของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ปี 2553 และนางหนูชิด คำกอง ภรรยานายพัน คำกอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน พร้อมด้วยนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศอฉ. จำเลยข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า จากกรณีออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงเข้าสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553

นายสมรกล่าวว่า วันเกิดเหตุขณะขับรถตู้เข้ามาในพื้นที่ ถ.ราชปรารภ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงใส่รถตู้ กระสุนเข้าร่างกาย 5 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนต้องการให้คนกระทำผิดรับผิดชอบ

ด้านนางหนูชิดกล่าวว่า หลังจากนายพัน สามี เสียชีวิต ตนได้ติดตามความคืบหน้าของคดีมาตลอด เห็นว่าผู้กระทำความผิดยังไม่ถูกลงโทษ การมายื่นคำร้องเป็นโจทก์ร่วมครั้งนี้เพื่อต้องการให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษและจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด

ขณะที่ทนายความกล่าวว่า ศาลรับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งคดีนี้ศาลนัดตรวจพยานวันที่ 24 มี.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยกรณีนัดหมายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ในฐานะอดีต ผอ.ศอฉ. มารายงานตัวเพื่อส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา คดีร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า จากกรณีออกคำสั่ง ศอฉ.ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ปี 2553 ว่า วันนี้นายสุเทพไม่ได้เดินทางมาพบตามที่อัยการนัดหมาย โดยมอบหมายทนายความส่งหนังสือขอเลื่อนเข้าพบ ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเลื่อนนัดครั้งที่ 4 แล้ว ด้วยเหตุผลเดิมว่าติดภารกิจอยู่ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มกปปส. และต้องดูแลมวลชนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง จึงยังไม่สามารถเดินทางมาพบอัยการได้ และขอเลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 13 มี.ค.นี้

นายนันทศักดิ์กล่าวต่อว่า อัยการมีคำสั่งแล้วว่าจะต้องให้นายสุเทพมาพบในวันนี้ เมื่อนายสุเทพไม่มาพบ วันที่ 17 ก.พ.นี้อัยการจะทำหนังสือให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการออกหมายเรียกหรือขอศาลออกหมายจับ ขั้นตอนอยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามตัวนายสุเทพมาดำเนินคดีในการยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาต่อไป

นายนันทศักดิ์กล่าวด้วยว่า คดีนี้ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 24 มี.ค.นี้ หากถึงวันดังกล่าวแล้วยังไม่สามารถติดตามตัวนายสุเทพมายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลได้ ก็คงต้องดำเนินการตามรูปคดีคือตรวจพยานหลักฐานของนายอภิสิทธิ์ไปก่อน และหากได้ตัวนายสุเทพมาแล้วก็ต้องยื่นบัญชีพยานใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการสืบพยานล่าช้าไปอีกเพราะต้องเริ่มสืบพยานใหม่อีกครั้ง

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีอัยการไม่อนุญาตให้นายสุเทพเลื่อนนัดเพื่อส่งฟ้องในคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผลในคดีปี 2553 ว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งจากอัยการอย่างเป็นทางการ แต่ได้รับการประสานทางวาจาแล้ว หลังจากดีเอสไอได้รับหนังสือคำสั่งดังกล่าวจะเร่งประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาให้เป็นไปตามคำสั่งอัยการ

อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า เบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ ขอศาลออกหมายเรียกก่อน หรืออาจพิจารณาพฤติกรรมว่าไม่ควรออกเพียงหมายเรียกแต่ต้องขอศาลออกหมายจับ ซึ่งกรณีการขอออกหมายจับครั้งนี้จะแตกต่างจากการขอหมายจับทั่วไปที่เป็นหมายจับเพื่อนำตัวมาสอบสวน เพราะกรณีนี้คือการขอหมายจับเพื่อส่งตัวให้อัยการฟ้องศาล

ที่มา ข่าวสด